แชร์

คันตามซอกพับ…สัญญาณเตือนของการติดเชื้อรา

อัพเดทล่าสุด: 19 ส.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม
ผศ.นพ. วาสนภ วชิรมน
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

อาการคันตามซอกพับ เช่น รักแร้ ใต้ราวนม ซอกพับขา ซอกนิ้วมือ และซอกนิ้วเท้า เป็นอาการทางผิวหนังที่พบได้บ่อย อาการดังกล่าวเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย ได้แก่ การติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อรา โรคผิวหนังอักเสบ รวมทั้งโรคสะเก็ดเงินชนิดที่ขึ้นตามซอกพับ

การติดเชื้อราตามซอกพับ
การติดเชื้อราตามซอกพับ อาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ การติดเชื้อกลาก (Dermatophytosis) และการติดเชื้อยีสต์ (Candidiasis) ทั้งสองกรณีจะมาด้วยอาการผื่นแดงคัน แตกต่างกันที่ลักษณะของผื่น การติดเชื้อกลากจะพบผื่นลักษณะปื้นแดง มีขุย ขอบชัดเป็นวง (Active Border) ในขณะที่การติดเชื้อยีสต์จะพบผื่นแดงเข้ม แฉะ และมีตุ่มรอบ ๆ การติดเชื้อทั้งสองชนิดนี้จะพบได้บ่อยในผู้ที่เหงื่อออกมากบริเวณซอกพับ คนอ้วน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และผู้ที่มีซอกพับเปียกน้ำบ่อย เช่น ผู้ที่เท้าย่ำน้ำ สามารถทำการวินิจฉัยได้จากลักษณะของผื่น รวมทั้งการตรวจเชื้อจากบริเวณผื่นผิวหนัง

อย่างไรก็ตาม ยังมีโรคผิวหนังบางชนิดที่มักเป็นตามซอกพับ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โดยจะมีอาการผื่นแดงคัน เป็น ๆ หาย ๆ มักเป็นที่ซอกพับหลายตำแหน่งและเป็นสองข้างของร่างกาย ซึ่งต่างจากผื่นติดเชื้อราที่มักเป็นเพียงตำแหน่งเดียว อย่างไรก็ตาม หากการติดเชื้อราเป็นมาก อาจเป็นหลายตำแหน่งได้ นอกจากนี้ โรคผิวหนังอักเสบตามซอกพับบางชนิด หากปล่อยไว้นาน อาจมีการติดเชื้อราซ้ำซ้อนได้

การรักษาอาการคันตามซอกพับ
การรักษาอาการคันตามซอกพับขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ สามารถใช้ยาลดการอักเสบได้ สำหรับการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ควรใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อรา ยาที่นิยมใช้ ได้แก่ ยากลุ่ม Imidazoles เช่น Clotrimazole, Miconazole, Econazole, Ketoconazole, Fluconazole และ Itraconazole เนื่องจากมีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อราได้หลายชนิด รวมทั้งเชื้อกลากและเชื้อยีสต์

ยาต้านเชื้อราชนิดที่ใช้ภายนอกมีหลายรูปแบบ เช่น ชนิดครีม ชนิดฟอก ชนิดแป้งโรย การเลือกใช้ยาชนิดใดขึ้นกับตำแหน่งที่เป็น ยาชนิดครีมสามารถใช้ได้กับผิวหนังทุกส่วน ชนิดฟอกจะเหมาะกับรอยโรคบนหนังศีรษะหรือบริเวณที่มีขนมาก หากเป็นการติดเชื้อราตามซอกพับ เช่น รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ ง่ามมือ ง่ามเท้า อาจใช้ชนิดแป้งโรย เนื่องจากยาชนิดแป้งโรยมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นที่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ใช้แห้ง และลดปัจจัยเสริมของการเจริญของเชื้อรา ได้แก่ ความชื้น การใช้ยาต้านเชื้อราชนิดภายนอกควรใช้อย่างต่อเนื่องหลังจากผื่นหายแล้ว 2 สัปดาห์

การเลือกใช้ยาต้านเชื้อราชนิดที่ใช้ภายนอกหรือชนิดรับประทานขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็นและขนาดของผื่น หากผื่นขนาดเล็กหรือเป็นไม่มาก สามารถใช้ยาชนิดภายนอกได้ หากผื่นเป็นบริเวณกว้างหรือหลายตำแหน่ง เป็นบริเวณเส้นผม ขน และเล็บ ควรใช้ยาชนิดรับประทานร่วมด้วย

การป้องกัน
การติดเชื้อราที่ซอกพับสามารถกลับเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในผู้ที่อ้วนและเหงื่อออกมาก ดังนั้น การดูแลผิวหนังบริเวณซอกพับให้แห้งและสะอาดจะช่วยลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำได้ ควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าและกางเกงที่รัดแน่นเกินไป รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการสวมถุงเท้าและรองเท้าที่อับชื้น นอกจากนี้ การใช้ยาต้านเชื้อราชนิดแป้งโรยบริเวณซอกพับ เช่น รักแร้ ขาหนีบ ใต้ราวนม ง่ามเท้า เป็นประจำ จะช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้

สรุป
อาการคันตามซอกพับอาจเป็นได้ทั้งผิวหนังอักเสบและการติดเชื้อรา หากเป็นผิวหนังอักเสบควรใช้ยาลดการอักเสบของผิวหนัง หากเป็นเชื้อราและเป็นไม่มากอาจใช้ยาทาภายนอก เช่น ยาต้านเชื้อราชนิดครีมหรือชนิดแป้งโรย นอกจากนี้ ยาต้านเชื้อราชนิดแป้งโรยยังสามารถใช้ป้องกันการกลับเป็นซ้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีซอกพับเปียกชื้นได้ง่าย เช่น เหงื่อออกมากบริเวณซอกพับ คนอ้วน เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
Bisphosphonates คุ้มค่าในการรักษาภาวะกระดูกพรุน
ภาวะกระดูกพรุนเป็นภาวะที่มีการสูญเสียมวลกระดูกและคุณภาพของโครงสร้างกระดูกด้อยลง จนมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกหัก
ไอ เจ็บคอ บรรเทาง่ายๆ ได้ด้วยสมุนไพร
อาการไอเป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย เพื่อวัตถุประสงค์ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม สารคัดหลั่ง หรือสิ่งระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันพิษ เสมหะ เชื้อโรค ให้ออกจากระบบทางเดินหายใจ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy